หนุ่มการบินไทยซิ่งเก๋งชนท้ายรถพ่วงไฟคลอกดับ

หนุ่มการบินไทย ควบเก๋งด้วยความเร็วสูง เกิดรถเสียหลักพุ่งชนท้ายรถบรรทุกกระเด็นขึ้นรั้วข้างมาไฟลุกไหม้ คนขับรถบรรทุกพยายามช่วยเอาตัวออกจากรถ แต่ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วคลอกดับสยองต่อหน้า

เมื่อเวลา 09.15 น. วันนี้ (31 ธ.ค.) ร.ต.ต.อิสระ โคกลือชา  พนักงานสอบสวน สทล.กก.8 บก.ทล รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนเพลิงลุกไหม้มีผู้เสียวิต บนทางหลวงพิเศษ(มอเตอร์เวย์) ถนนวงแหวนตะวันออกกาญจนาภิเษกสาย 9 ฝั่งขาออก มุ่งหน้าบางปะอิน แขวงคันนายาว เขตคลองสามวา กทม. รุดไปตรวจสอบพร้อม ว่าที่ ร.ท.มนตรี ทองสีเหลือง ผอ.ส่วนปฎิบัติการความปลอดภัย กรมทางหลวงพิเศษ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมประสานรถดับเพลิง สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานครภัย 3 คัน

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหลักกิโมเมตรที่ 37+400 พบรถฮอนด้า ซีวิค สีเขียว ทะเบียน ภข 9151 กรุงเทพมหานคร เสียหลักปืนอยู่บนรั้วขอบกั้นไหล่ทาง เกิดเพลิงลุกไหม้ทั้งคัน เจ้าหน้าที่ใช้น้ำฉีดควบคุมเพลิงประมาณ 10 นาที เพลิงจึงสงบ ตรวจสอบภายในรถพบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมาคือ นายวุฒิ สัครพันธ์  อายุ 55 ปี พนักงานของบริษัทการบินไทย จำกัด อยู่บ้านเลขที่ 143/15 หมู่ 10 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เสียชีวิตติดอยู่กับที่นั่งเบาะคนขับ สภาพถูกไฟคลอกไหม้เกรียมเป็นที่น่าสยดสยอง และพบสร้อยคอคำทองสวมอยู่ในคอผู้ตายอีก 1 เส้น  โดยภายในรถพบเอกสารถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด แต่ยังมีเอกสารที่เหลือบางส่วนเป็นหนังสือกู้เงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ของพนักงานบริษัทการบินไทยจำกัด กอง DL เลขประจำตัวพนักงาน 015176 ระบุชื่อ นายวุฒิ สัครพันธ์  เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้ตรวจสอบ นอกจากนี้ห่างไปประมาณ 50 เมตร พบรถบรรทุกก๊าซเอทานอล จำนวน 48,000 ลิตร ยี่ห้ออีซุซุ รถพ่วง 22 ล้อ พ่วงหน้าทะเบียน 71-7721 ชลบุรี พ่วงท้ายทะเบียน 71-4080 ชลบุรี ของบริษัท ชลบุรีเสริมทรัพย์ขนส่ง จำกัด ช่วงท้ายด้านซ้ายมีร่องรอยถูกเฉี่ยวชนจอดอยู่บนไหล่ทาง จอดอยู่

สอบสวนนายประสาท บุบผาแสง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 5 ต.กุดรัง อ.กุดรัง จ.มหาสารคาม พนักงานขับรถ ของบริษัท ชลบุรีเสริมทรัพย์ขนส่ง จำกัด ให้การว่า ขับรถบรรทุกก๊าซคันดังกล่าวไปส่งก๊าซที่จ.ชลบุรี จากนั้นกำลังจะเดินทางกลับบริษัทที่จ.สระบุรี มาถึงที่เกิดเหตุได้เสียงเหมือนมีอะไรมาชนท้ายดังสนั่น จึงรีบจอดรถลงไปดู พบรถคันดังกล่าว ปืนขึ้นไปบนราวกั้นรั้วเหล็กแล้ว พร้อมกับมีแสงเพลิงและกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากตัวรถเป็นจำนวนมาก จึงรีบนำถังดับเพลิง ในรถ ไปช่วยคนเจ็บที่ติดอยู่ภายใน

“ โดยในขณะนั้นผู้ตายยังมีชีวิตอยู่พร้อมพยายามโบกมือขอความช่วยเหลือ ตนจึงรีบใช้ถึงดับเพลิงทุบกระจกรถจนแตกและพยายามจะเปิดประตูรถเพื่อช่วยคนเจ็บออกมาแต่ก็เปิดไม่ออก ระหว่างนั้นได้ใช้น้ำยาเคมีดับไฟที่กำลังลุกไหม้ อย่างรุนแรง แต่เนื่องจากรถคันดังกล่าวได้ใช้เชื้อเพลิงเป็นน้ำมันและแก๊ส แอลพีจี  ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ทำให้ไฟคลอกผู้ตายจนเสียชีวิตคาที่ตายไปต่อหน้าต่อตา “นายประสาท กล่าวทิ้งท้าย

ด้านร.ต.ต.อิสระ เปิดเผยว่า ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะขับรถมาด้วยความเร็วสูง เมื่อถึงที่เกิดเหตุ รถเสียหลัก จนไม่สามารถควบคุมรถได้ จากนั้นพุ่งชนท้ายรถบรรทุกก๊าซ กระเด็นไปเกยแนวกันถนน เกิดเพลิงลุกไหม้เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะนำศพส่งสถาบันนิเวชรพ.ตำรวจ ผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป..


ข้อมูลและภาพ www.dailynews.co.th